วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
...วันลูกเสือ...
พระบาท มงกุฏเกล้า จอมเมาลี ทรงปรานีก่อเกื้อ ลูกเสือมา
ทรงอุตสาห์ อบรม บ่มนิสัย ให้มีใจรักชาติ ศาสนา
ทรงสั่งสอน สรรพกิจ วิทยา เป็นอาภาผ่องพุทธิ์ วุฒิไกร
ดั่งดวงจัน-... ทราทิตย์ ประสิทธิ์แสง กระจ่างแจ้งแจ่มภพ สบสมัย
พระคุณนี้ จะสถิต สนิทใน ดวงหทัยทวยราษฎร์ ไม่คลาด...เอย
.
.
.
...ไม่มีอะไร แค่คิดถึงวันนี้เมื่อหลายๆ ปีก่อน สมัยยังเป็นลูกเสือ ต้องไปร้องเพลงนี้ตลอดทุกปี...
...ความเยาว์วัยนี้จากเราไปไวจริงๆ...
.
****************************
ลูกเสือมาจากคำว่า SCOUT ซึ่งมีความหมายดังนี้
- S : Sincerity หมายถึง ความจริงใจ มีน้ำใสใจจริงต่อกัน
- C : Courtesy หมายถึง ความสุภาพอ่อนโยน เป็นผู้มีมารยาทดี
- O : Obedience หมายถึง การเชื่อฟัง อ่อนน้อมถ่อมตน อยู่ในโอวาท
- U : Unity หมายถึง ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รู้รักสามัคคี
- T : Thrifty หมายถึง ความมัธยัสถ์ ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด
...จริงๆ แล้วการเป็นลูกเสือสอนให้เราเป็นสุภาพบุรุษ เป็นสุภาพชน การขาดการเน้นย้ำและหมั่นฝึกฝน ทำให้เราลืมเลือนสิ่งนั้นไปอย่างน่าเสียดาย...
***************************
.
วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553
...ความทรงจำในการข้ามปีที่อินเดีย....(๑)
.
...เพราะปรกติแล้ว ช่วงปีใหม่ทั้งสองช่วง (หมายถึงปีใหม่สากลและสงกรานต์) เป็นช่วงเวลาที่มีโอกาสได้อยู่กับครอบครัว แม้ไม่ใคร่ได้พบปะเพื่อนฝูงสมัยวัยละอ่อนแบบที่ใครๆ ทำกัน แต่ก็ไม่เป็นปัญหา แต่สิ่งสำคัญคืออยู่บ้านกับพ่อแม่ให้มากที่สุด เพราะเราอยู่ที่อื่น อยู่กับคนอื่นมาตลอดทั้งปี ก็มีแต่ช่วงนี้เราได้อยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน หรือได้ทำกับข้าวกินกันที่บ้านก็นับว่าเป็นเรื่องที่ทำให้สุขใจได้ดีประการหนึ่ง...
.
...ปี่ ๒๕๕๑ นั้นเป็นหนึ่งในน้อยครั้งที่ไป "ข้ามปี" ที่อื่น และที่บ้านเราเขาก็ไม่ได้ไปด้วย...
.
...ที่หมายคราวนี้คือ...พุทธคยาและพาราณสี...
.
.
...เดิมทีชาวคณะเราอันประกอบด้วยพี่ๆ ที่ทำงานสองท่านและผม ตั้งใจกันว่าจะไปกราบพระพุทธเจ้าที่อินเดียถึงสังเวชนียสถานทั้งสี่ตำบล ต่างก็ประชุมวางแผนเรื่องนี้กันมาระยะใหญ่ ก่อนทริปเชียงตุงเสียอีก แต่ที่สุดแล้วสมาชิกก็เหลือเพียงสองคน ที่จะต้อง "แบกแพ็ค" ไปปฏิบัติกิจของศาสนิกชน และปรับลดเป้าหมายลงมาเหลือเพียงพุทธคยา และพาราณสี เนื่องจากเวลาในการเดินทางมีน้อยลง คือลางานเพิ่มจากวันหยุดตามปฏิทินเพิ่มเพียง ๒ วันเพื่อไม่ให้กระทบกับงานมากนัก และในเวลานั้น เมืองไทยเราก็เพิ่งผ่านประสบการณ์สนามบินถูกสั่งปิดมาได้เพียงเล็กน้อย ซึ่งระยะที่เป็นปัญหานั้น เป็นช่วงที่เราได้จองอะไรต่ออะไรไว้ที่อินเดียแล้ว เพื่อให้สามารถดึงเงินที่สูญไปในการจองกลับคืนมาได้บ้าง เราจึงต่อรองและเลื่อนวันเดินทางออกมาเป็นช่วงนี้แทน... การที่เราตัดสินใจตัดที่หมายอื่นออกไปนั้นเพื่อให้ได้แสวงบุญ ณ สถานที่ที่มีความหมายจริงๆ ต่อพุทธศาสนิกชนที่มีเวลาเดินทางจำกัด นั่นคือ สถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงอุบัติ คือ ตำบลพุทธคยา และสถานที่ซึ่งพระรัตนตรัยอุบัติโดยสมบูรณ์ คือตำบลสารนาถ ชานเมืองพาราณสี...
.
...ไปอินเดียครั้งนี้ก็หมายใจว่าจะได้บุญกลับมาฝากพ่อฝากแม่ที่บ้านบ้าง...เอาไว้ค้นรูปเจอแล้วจะนำมาโพสต์ประกอบเรื่องเล่าที่ค้างไว้ในความคิดเกือบสองปีให้ทุกท่านชมนะครับ...
.
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2553
เปิดเทอมอีกแล้ว...
.
.
.
...ดูเหมือนชีวิตจะวนเวียนอยู่ที่เดิมก็จริง แต่พ.ศ.นี้ดูเหมือนว่ามีอะไรใหม่ๆ หลายอย่างผ่านเข้ามาในชีวิตกับเขาเหมือนกัน...
.
...แน่นอนว่าแก่ลง...อันนี้ปรกติ...
.
...ไขว่คว้าหาเพื่อนฝูงมากขึ้นกว่าเดิม จากที่ไม่ค่อยกระตือรือร้นในเรื่องทำนองนี้... (ถึงจะช้าไปหน่อย...แต่ก็สมัคร facebook กับเขาแล้วล่ะ...)
.
...ย้ายที่อยู่...เดินทางมาทำงานนานอีกหน่อย แต่ก็ช่วยปรับนิสัยอะไรบางอย่างของเรามากขึ้น เช่นตื่นเช้าขึ้น (ซึ่งสอดคล้องกับข้อแรก คือแก่ลง ^^')...
.
...บางอย่างในชีวิตเริ่มเป็นระเบียบมากขึ้น ถึงแม้จะไม่มาก แต่ก็ O.K. อยู่...
.
...หวังว่าจะมีอะไรดีๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตมากขึ้นนะ...
.
วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552
...จับเรื่องเล่า เอามาเรียง จากเชียงตุง (๕)...
...นี่น่าจะเป็นคาราวานเจ้าของดอกกุหลาบ...
...ขบวนน้อยๆ ของเราผ่านด่านไปอย่างแช่มช้า ก่อนจะเร่งเครื่องอย่างรวดเร็วหลังผ่านตัวตลาดมาแล้ว เพราะนัดหมายกับร้านอาหารที่เมืองเชียงตุงเอาไว้ แม้ว่ารถจะวิ่งเร็วก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทอดตาทอดใจไปกับทัศนียภาพระหว่างทางนัก ตัวผมเองอยู่ข้างจะโชคดีเพราะไม่ใคร่เมารถ การหาความเพลิดเพลินระหว่างเดินทางจึงทำได้ไม่ลำบากมากนัก...
...สำรับจังหันของธุลุง...
...การไปตลาดอาจเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่เราจะได้พบอาหารที่คนที่นั่นเขารับประทานกัน ในเช้าสุดท้ายที่เชียงตุงนั้นเราไปที่กาดหลวงเชียงตุงกันเท่าที่จะเช้าได้ แต่ก็อาจจะดูว่าสายไปสักหน่อยสำหรับการสวมวิญญาณพระยาน้อยชมตลาด เคราะห์ดีที่ตลาดยังไม่วาย เลยยังพอเดินเที่ยวชมอะไรๆ ได้บ้าง ชาวคณะเราบางท่านกินมื้อเช้าของโรงแรมเพียงเล็กน้อย เพื่อที่จะมาทำคะแนนในตลาด ซึ่งก็มีของให้กินเยอะ แต่ก็จะเลือกเฉพาะของที่ทำร้อนๆ ใหม่ๆ ซึ่งก็ไม่พ้นของทอดๆ ที่กินได้หน่อยก็ต้องหยุด เพราะยังต้องนั่งรถกันอีกไกล ยิ่งกินอะไรมันๆ เข้าไปมากจะเมารถง่ายขึ้น ที่ไม่ได้แวะกินคือโรตีโอ่งที่ปากทางเข้าตลาด เพราะเราคิดว่าตลาดมันกว้างแล้วเกรงจะเดินไม่ทั่ว ก็เลยอดๆ ไปก่อน ที่สุดก็เลยอดจริงๆ...
...โรตีโอ่ง...
...ของกินอร่อยๆ สนุกๆ ใช่ว่าจะมีแต่ในเมือง ออกมาทางนอก ที่บ้านปางควายก็มีของกินร้อนๆ อร่อยๆ (คือถูกปากเรา) อยู่เจ้าหนึ่ง เขาเรียกข้าวซอยน้อยหรืออะไรสักอย่างหนึ่งก็จำไม่ใคร่ได้เสียแล้ว แม่ค้าปลูกเพิงริมถนนหน้าบ้าน แล้วตั้งเตานึ่งทำนองข้าวเกรียบปากหม้อบ้านเรา มีพิมพ์แสตนเลสเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๗-๘ นิ้ว ตักแป้งข้าวเจ้าลงกลิ้งๆ พอเหลือติดพิมพ์ขึ้นตั้งบนหม้อนึ่ง คะเนพอแป้งสุกก็เอาเครื่องลงซึ่งเท่าที่สังเกตดูก็มีผักเป็นส่วนมาก เอาน้ำตาลลง ตามด้วยพริกป่น ซีอิ๊วดำ แล้วก็เอาไม้งัดแป้งด้านหนึ่งขึ้นม้วนๆ แล้วเทลงจาน ตัดเป็นท่อนพอคำ ก็กินกันอร่อยไม่รู้แล้ว...เลยปางควายมาถึงปางล้อมีของเด็ดของดีอยู่ตรงนั้นอย่างหนึ่งคือไข่เยี่ยวม้า ไข่เยี่ยวม้าทางนี้มีเนื้อไข่ขาวออกสีส้มๆใสๆ ไข่แดงสีเหลืองแก่ๆ หม่นๆ คล้ายไข่แดงของไข่เค็มชนิดดองเกลือบ้านเรา กรุบๆ ทำยำกินกับข้าวต้มร้อนๆ ท่าจะเข้ากันดี...
...ของกินอร่อยๆ ริมทางที่บ้านปางควาย...
...นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...หากมีโอกาสได้ไปอีก คงต้องตกลงเรื่องอาหารกันเสียแต่เนิ่นๆ...
...จบเรื่องกินแล้ว คราวถัดไปจะเป็นเรื่องอะไร โปรดคอยตามพิจารณาดูนะครับ นึกอะไรออกก็จะเขียนให้อ่านกันเร็วๆ นี้ครับ เพราะตอนนี้ต้องออกเรื่องอินเดียกับสิบสองปันนาแล้วครับ ไม่งั้นจะลืมไปเสียก่อน... สวัสดีครับ...
.
วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552
คนที่มีความสุขที่สุดในโลก
คนที่มีความสุข ที่สุดในโลก
คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่ร่ำรวย คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ แต่คนที่มีความสุขที่สุดในโลกคือ คนที่มีความสบายใจเท่านั้นเอง และความหมายของความสบายใจ คือ
หนึ่ง เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น เชื่อว่าคุณมีดี คุณน่าคบหา และคุณทำได้
สอง รู้จักตัวเอง ยอมรับในข้อบกพร่องของตัวเอง และพร้อมจะปรับปรุงเสมอ
สาม ไม่ดื้อดึง ถ้าวันวานคุณเคยทำผิดพลาด คุณก็ยินยอมเปลี่ยนแปลงและรับฟังคนอื่น
สี่ เห็นค่าของตัวเอง คุณไม่คิดว่าตัวเองช่างไร้ค่า คุณจึงมีความสุขในใจเสมอ
ห้า วิ่งหนีความทุกข์ เมื่อรู้ตัวว่าตกลงไปในความทุกข์ คุณก็รีบหาทางหลุดพ้น ไม่จมอยู่กับมัน
หก กล้าหาญเสมอ คุณกล้าเปลี่ยนแปลงและกล้ารับมือกับสิ่งแปลกใหม่หรือปัญหาต่างๆ
เจ็ด มีความฝันใฝ่ เมื่อชีวิตมีจุดหมาย คุณก็จะเดินไปบนถนนชีวิตอย่างมีความหวัง ไม่เลื่อนลอย
แปด มีน้ำใจอาทร คุณพบความสุขในใจเสมอถ้าเป็นผู้ให้แก่ผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
เก้า นับถือตัวเอง ไม่ดูถูกตัวเองด้วยการลดคุณค่าและทำในสิ่งที่เสื่อมเสียต่อตัวเอง
สิบ เติมสีสัน สร้างรอยยิ้มให้ชีวิตของคุณและคนรอบข้าง รู้จักหยอกล้อคนอื่น ๆ และตัวเองด้วย
ความสุขนั้นคือพอใจกับวิถีชีวิตของตัวเอง และวางฝันของตัวเองตามกำลังที่ตนทำได้ การได้รับวัตถุและความสำเร็จในหน้าที่การงาน ทำให้คุณพึงพอใจและยกระดับฐานะของคุณเท่านั้น เป็นการสร้างเสริมความสุขเพียงภายนอก และมันมิได้อยู่กับคุณอย่างมั่นคงถาวรตลอดไป เพราะคนเรานั้นย่อมมีความต้องการเพิ่มขึ้นเสมอไม่มีวันหยุดนิ่ง
ความสุขที่แท้จริงเกิดจากข้างในจิตใจของคนเรา และถ้าจิตใจของคุณไม ่ว่าง เต็มไปด้วยอารมณ์อันตรายต่าง ๆ ความสุขก็จะเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง เพราะความสุขนั้นมักเกิดขึ้นท่ามกลางความสงบเสมอ
ชีวิตของคนเรานั้นไม่ยืนยาวนัก คุณสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ไม่ต้องมุ่งหวังยามแก่เฒ่า ค่อยอยู่อย่างสงบสุขอย่างที่หลายคนเชื่อกัน เชื่อเถอะ เราจะสามารถมีความสุขที่สุดในโลกได้ ในตอนนี้ ถ้าเราเริ่มจากตัวเราเอง
วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
...เปิดเทอมใหม่...ยังไงก็ยังว้าวุ่น...
...มีคนหน้าใหม่ผ่านเข้ามาในชีวิตพร้อมกันครั้งละมากๆ เหมือนเดิม...
...ความคาดหวังและความกลัวของคนเหล่านั้น ...นี่ก็เหมือนเดิม...
.
.
.
...แล้วจะมีอะไรใหม่ๆ ไหม? ...
...ดูเหมือนว่าปีนี้ผมจะไม่ค่อยมีอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจมากนัก
...เมื่อตอนที่เริ่มงานนี้ใหม่ๆ ก็กระดี๊กระด๊าดีอยู่
...แต่ยิ่งวัน ความกระดี๊กระด๊านั้นก็เริ่มจืด...เพราะรู้สึกว่าผู้คนที่ผ่านเข้ามานั้น แม้จะเป็นหน้าใหม่ก็จริง แต่ก็มีอะไรๆ คล้ายๆ กันกับพวกที่เคยเดินผ่านเราไปเมื่อปีกลาย เลยไม่ค่อยจะรู้สึกตื่นเต้น เหมือนกับครั้งแรกๆ แต่ก็ไม่ได้เฉยไปเสียทีเดียว บางทีต้องมองแบบระแวดระวังเล็กน้อยถึงปานกลาง...
...ทำนองว่ารอหยั่งเชิงกันก่อน...
...ก็คงต้องรอดูกันไปล่ะครับ...
วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
วิสาขบูชารำลึก
คำแปล: "เราเป็นผู้เลิศแห่งโลก, เราเป็นผู้เจริญที่สุดแห่งโลก, เราเป็นผู้เจริญที่สุดแห่งโลก. ชาตินี้ เป็นชาติสุดท้าย. บัดนี้ ภพใหม่ย่อมไม่มี ดังนี้"
แปลว่า: ภิกษุทั้งหลาย! บัดนี้ เราจักเตือนพวกเธอทั้งหลายว่า "สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา. พวกเธอทั้งหลาย จงยังประโยชน์ตนและท่าน ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด"
พระบรมธาตุเจ้าหริภุญไชย Ch@ros ฉายเมื่อ 2 มกราคม 2551
...นอกเหนือจากการรำลึกถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ในวันวิสาขบูชาหรือแปดเป็งของทางเหนือนั้นยังเป็นวันคล้ายวันเกิดของพระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยงเมืองพะเยา และเป็นวันสรงน้ำพระบรมธาตุเจ้าหริภุญไชยอีกด้วย พุทธศาสนิกชนในสองจังหวัดนี้มักจัดงานใหญ่เป็นประจำทุกปี...
หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
credit: http://www.watthummuangna.com/
สามารถติดตามประวัติและคำสอนของท่านได้ครับ
ภาพถ่ายครูบาชัยยะวงศาพัฒนาบนรถเข็น ตั้งอยู่หน้าสรีรธาตุของพระคุณเจ้าฯ ที่คณะศิษย์เก็บรักษาไว้ที่วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม Ch@ros ฉายเมื่อ อาสาฬหปุรณมี พ.ศ.2551
...แล้วยังเป็นวาระที่ทำให้เรารำลึกถึงครูบาอาจารย์ที่สำคัญอีกสององค์ ได้แก่ 105 ปี ชาตกาลแห่งหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ 9 ปี การมรณภาพของหลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา (พระครูพัฒนกิจจานุรักษ์) วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม จังหวัดลำพูน ซึ่งในหมู่ศิษย์หาของพระคุณท่านนับถือกันว่าเป็นพระโพธิสัตว์ใหญ่ทั้งคู่...
...เชิญทำบุญแล้วระลึกถึงคุณงามความดีทั้งหลายตามอัธยาศัยนะครับ...
